เมื่อไรถึงใช้กราฟ?

เวลานำเสนอข้อมูลหรือพรีเซนต์งาน เรามักจะคิดว่าถ้าไม่โยนกราฟเข้าไปในพรีเซนเทชัน คนฟังต้องเบื่อแน่ๆ

แต่ไม่ใช่ว่าข้อมูลแบบไหนก็จับยัดใส่กราฟได้นะครับ เพราะที่จริงแล้วกราฟนั้นมีจุดเด่นอยู่สองด้านคือ

  • ใช้แสดงรูปแบบของข้อมูลในลักษณะต่างๆ เช่น แสดงแนวโน้ม เปรียบเทียบปริมาณ
  • ใช้แสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลหลายชุด

กราฟคืออะไร?

กราฟคือเครื่องมือแสดงข้อมูลบนพื้นที่แกนแนวนอน (X axis) แนวตั้ง (Y axis) หรือมากกว่าสองแกน หน้าที่ของแกนคือแสดงการวัดในหน่วยต่างๆ ทั้งในเชิงปริมาณ (quantitative data) และเชิงคุณลักษณะ (categorical/qualitative data) เพื่อให้เราสามารถจัดวางข้อมูลที่เป็นภาพวัตถุลงบนพื้นที่กราฟ

ข้อมูลในโลกนี้แบ่งได้สองประเภทคือ

  1. ข้อมูลเชิงปริมาณ (quantitative data) เป็นข้อมูลที่สามารถนับและคำนวณได้ เช่น จำนวนสินค้า ผลกำไร
  2. ข้อมูลเชิงคุณลักษณะ (categorical/qualitative data) ที่ไม่มีผลทางคณิตศาตร์ ไม่สามารถเอามาคำนวณได้ เช่น เพศ เชื้อชาติ ประเภทสินค้า (สบู่ ยาสีฟัน)

การวาดกราฟก็คือการเอาข้อมูลทั้งสองประเภทนี้มาแปลงเป็นรูปทรง เช่นเป็นเส้น หรือเป็นแท่ง แล้ววางบนแกนกราฟ

กราฟที่ 1
กราฟแท่ง (bar graph) ด้านบนนี้มีแกนสองแกน แนวตั้งแสดงข้อมูลปริมาณจำนวนสินค้าที่ขายได้ และแนวนอนแสดงชนิดของสินค้าทั้ง 5 คือ เป็นข้อมูลเชิงคุณลักษณะ

คำถามคือแท่งสีส้ม 5 แท่งที่เรียงกันตามแกนแนวนอนนั้นแสดงข้อมูลปริมาณหรือคุณลักษณะ?

 

ใช้กราฟเมื่อต้องการแสดงรูปร่างของข้อมูล

รูปร่างข้อมูลคืออะไร? กราฟแท่ง Product Sold ที่ดูตะกี้ จะเห็นว่า “ความสูง” ของแต่ละแท่งไม่เท่ากัน มันชัดกว่าการเอาเลขห้าตัวมาเรียงกันแบบนี้

300, 280, 390, 360, 420 

รูปทรงข้อมูลที่เราคุ้นเคยกันอีกประเภทคือ “แนวโน้ม” หรือ trend ของข้อมูล

ข้อมูลยอดขายสินค้าตัวหนึ่งในรอบปี ถ้าอ่านตัวเลขลงมาแต่ละเดือนก็จะเห็นว่ายอดขายเพิ่มจาก 200 ไปเป็น 300 กว่าๆ

ตารางที่ 1

แต่ถ้าเราเอามาวาดเป็น กราฟเส้น (line graph) มันจะเห็น trend ได้ชัดเจนมาก

กราฟที่ 2

สิ่งที่มองไม่เห็นจากตารางคือลักษณะของยอดขายสินค้าที่ตกเป็นพักๆ ในช่วงเริ่มไตรมาส คือมกราคม เมษายน กรกฎาคม และตุลาคม แล้วก็ขยับดีขึ้น ถ้าใช้เวลาสังเกตจากตารางก็อาจจะเห็นเทรนด์นี้ แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีดูกราฟก็เห็นแล้ว

ใช้กราฟเมื่อต้องการเปรียบเทียบข้อมูล

จุดเด่นของกราฟอีกเรื่องคือความสามารถในการเปรียบเทียบข้อมูล ลองดูยอดขายเปรียบเทียบสองปีด้านล่างนี้นะครับ

ตารางที่ 2

ถ้าเราลองวาดเป็นกราฟแท่งดูก็อาจจะพอเห็นอะไรบางอย่าง

กราฟที่ 3

ลองสังเกตว่ามีสินค้าตัวนึงไม่เข้าพวกครับ มองออกไหมครับ?

 

แต่ถ้าตอบไม่ได้ก็ไม่แปลก เพราะกราฟแท่งมันไม่ได้ตอบโจทย์ชัดเจนเท่าไร กราฟเส้นอาจจะเหมาะกว่า แต่เดี๋ยวก่อน! ผมอยากให้คุณรู้จักกราฟเส้นกลายพันธุ์ที่ชื่อว่า กราฟความชัน (slope graph) กราฟความชันมีหน้าที่เดียวเลยครับ คือเปรียบเทียบข้อมูลสองชุด เช่นข้อมูลก่อน-หลัง หรือสองช่วงเวลา

ดังนั้นการเปรียบเทียบข้อมูลสองปีนี่เหมาะมากเลยครับ

กราฟที่ 4

ทีนี้เห็นชัดกว่าไหมครับว่าสินค้าตัวที่ 2 เป็นสินค้าชนิดเดียวที่ยอดขายตกในปีที่สองสวนทางกันสินค้าตัวอื่น ถ้ายังไม่ชัดลองเน้นให้อีกหน่อย

กราฟที่ 5

ใส่สีให้แบบนี้ สร้าง story ได้ดีกว่าเดิมเยอะใช่ไหมครับ

สรุปนะครับ บทความเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

  • ใช้กราฟเมื่อต้องการแสดงข้อมูลด้วยรูปร่างต่างๆ เช่น ความสูง ขนาด หรือแนวโน้ม
  • ใช้กราฟเมื่อต้องการแสดงความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลหลายชุด
  • เลือกใช้กราฟให้เหมาะสมกับข้อมูล เพื่อให้รูปร่างและความสัมพันธ์นั้นกระโดดออกมาให้เห็นชัดเจน

อ้างอิง

บทความนี้อ้างอิงจากบทที่ 3 Differing Roles of Tables and Graphs ของหนังสือ Show Me the Numbers โดย Stephen Few (ISBN 978-0970601971) (http://www.stephen-few.com/smtn.php)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *