เมื่อไรถึงใช้ตาราง?

กราฟกับตาราง เธอชอบอะไรมากกว่ากัน?

ถามสั้นๆ แบบนี้หลายคนอาจจะเทใจให้กราฟ บอกว่ามันดึงดูดกว่า ใส่สี เพิ่มลีลาได้สนุกกว่า

แต่เคยสังเกตไหมครับ ทำไมบางทีเราถึงใช้ตารางนำเสนอข้อมูล? ที่จริงแล้วตารางก็เก่งหลายอย่าง

  • แสดงข้อมูลรายละเอียดชัดเจน
  • แสดงข้อมูลที่มีหลายหน่วยวัด
  • แสดงผลรวมของข้อมูล

ตารางคืออะไร?

ตารางคือเครื่องมือแสดงข้อมูลด้วยข้อความและตัวเลข โดยวิธีการจัดวางในแนวตั้งและแนวนอนที่เราเรียกว่าคอลัมน์และแถว เมื่อจัดข้อมูลเป็นแถวเป็นแนวเรียบร้อย เส้นตารางก็ไม่จำเป็นด้วยซ้ำ

ข้อมูลแบบตารางที่เราคุ้นเคยกันก็เช่นกำหนดการ หรือเมนูอาหาร

ใช้ตารางเมื่อต้องการแสดงข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจน

สมมติว่าคุณถามลูกน้องว่าตอนนี้อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทอยู่ที่เท่าไร แล้วคุณลูกน้องรีบเข้า ex.com แล้วส่งรูปนี้มาให้คุณ

กราฟที่ 1

เป็นกราฟสวยงามเห็นเทรนด์ว่าค่าเงินเราแข็งดี แต่ดูออกไหมครับว่าเงิน 1 USD มันได้กี่บาท?

คุณอาจจะสตันไป 3 วินาทีก่อนจะเห็นว่าจริงๆ แล้วมันมีบอกอยู่ที่รายละเอียดเหนือกราฟว่าราคาปิดอยู่ที่ 30.78264

กราฟที่ 2

แต่ถ้าลูกน้องคุณส่งตารางนี้มาให้ มันจะชัดเจนกว่าไหม?

ตารางที่ 1

สมมติว่าลูกน้องคุณเกิดไปเจอเว็บ superrichthailand.com เขาก็จะเจอตารางแบบนี้

ตารางที่ 2

หรือถ้าเลื่อนลงมาดูก็จะเห็นเป็นเลขตัวเดียวแบบนี้

ตารางที่ 3

ชัดเจนกว่านี้ไม่มีแล้ว ถามอัตราแลกเปลี่ยนอยู่ที่เท่าไร ตอบมาตัวเลขเดียว แถมใส่กราฟิกไปหน่อยเพิ่มความน่าสนใจ

ตัวเลขในตารางนั้นให้ข้อมูลได้ชัดเจนกว่ากราฟมาก เพราะมันเป็นปริมาณที่ตรงตัว ละเอียดลงไปถึงหลักทศนิยม ไม่เหมือนกับการอ่านกราฟที่ต้องมองหาค่าจากแกนแนวตั้งและแนวนอน

ใช้ตารางเมื่อต้องการแสดงข้อมูลที่มีหลายหน่วยวัด

เมื่อคุณได้ข้อมูลการขายของสินค้า 5 ประเภทด้วยตารางที่แสดงยอดขาย และราคาเฉลี่ย

ตารางที่ 4

ตารางนี้มี 3 คอลัมน์ คอลัมน์แรกคือประเภทสินค้า เป็นข้อมูลเชิงคุณลักษณะ (categorical/qualitative data) คอลัมน์ที่สองคือยอดขาย เป็นข้อมูลเชิงปริมาณ (quantitative data)

ลองทบทวนกันหน่อยนะครับว่าราคาเฉลี่ยของสินค้าในคอลัมน์สุดท้ายนั้นเป็นข้อมูลเชิงคุณลักษณะหรือข้อมูลเชิงปริมาณ?

 

จากตาราง Product Sold จะเห็นว่าเราสามารถแสดงข้อมูลสองชุดคือ

  • ยอดขายสินค้า – เลขจำนวนเต็ม
  • ราคาเฉลี่ยต่อหน่วย – เลขทศนิยม

ถ้าเราวาดกราฟ หน้าตาก็จะประมาณนี้ครับ

กราฟที่ 3

ดูแล้วเหมือนจะทำได้ แต่จริงๆ แล้วทำไม่ได้ เพราะ “จำนวน” กับ “ราคา” มันเป็นคนละหน่วยกัน และแกน Y ด้านซ้ายที่แสดงหน่วยสินค้า เราจะเนียนเอาราคาเฉลี่ยไปรวมด้วยไม่ได้

ถ้าอยากจะวาดกราฟจริงๆ ในกรณีนี้ ควรจะแยกเป็นสองเรื่องแบบกราฟด้านล่างนี้

กราฟที่ 4

คืออาจจะพอถูไถโดยการใส่ป้ายแสดงข้อมูลให้กับราคาเฉลี่ยได้ แต่เราจะเสียพื้นที่ไปเยอะมากถ้าเทียบกับการวางข้อมูลสองชุดบนตารางเดียวกัน

ใช้ตารางเมื่อต้องการแสดงผลรวมของข้อมูล

จากตารางที่ 5 ถ้าเราขอให้ลูกน้องคำนวณรายได้รวม (จำนวน x ราคาเฉลี่ย) แล้วได้กราฟนี้มา

กราฟที่ 5

ถ้าเอาข้อมูลทุกเรื่องมารวมกันแบบนี้ ทั้งจำนวนขาย ราคา และรายได้รวม มันก็จะได้กราฟแปลกๆ แบบนี้ครับ ถึงจะพยายามทำให้มันอ่านตัวเลขได้โดยการแปะจำนวนไว้บนแท่งกราฟ แต่การเอาผลรวมมาแสดงร่วมกับข้อมูลตั้งต้น กราฟก็จะเพี้ยนแบบนี้

แก้ง่ายๆ ด้วยการวางผลรวมไว้ท้ายตารางแบบนี้ครับ

ตารางที่ 6

เสียพื้นที่เพิ่มนิดเดียวเราสามารถแสดงผลรวมของยอดขาย และจำนวนหน่วยรวมสินค้าทุกประเภทได้เลย

สรุปนะครับ บทความเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า

  • ใช้ตารางเมื่อต้องการแสดงข้อมูลรายละเอียดที่ชัดเจน
  • ใช้ตารางเมื่อต้องการแสดงข้อมูลที่มีหลายหน่วยวัด
  • ใช้ตารางเมื่อต้องการแสดงผลรวมของข้อมูล

อ้างอิง

บทความนี้อ้างอิงจากบทที่ 3 Differing Roles of Tables and Graphs ของหนังสือ Show Me the Numbers โดย Stephen Few (ISBN 978-0970601971) (http://www.stephen-few.com/smtn.php)

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *